หน้าหลักหน้าหลัก
ผลิตภัณฑ์และบริการ
AR คืออะไร
AR ทำงานยังไง
AR vs QR Code
ทีมงานของเรา
ลูกค้าของเรา
ติดต่อเรา
สมาชิก
ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
สมัครสมาชิก   |   ลืมรหัสผ่าน
เมนู
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
สินค้า
ข่าวสาร
เว็บบอร์ด
บทความ
ติดต่อเรา

ดูทั้งหมด
 
 
 
 
 
คิวอาร์โค๊ด (QR Code)
สถิติเว็บไซต์
วันที่เปิดเว็บไซต์ 10/02/2014
อัพเดทล่าสุด 15/02/2014
ผู้ชมทั้งหมด 716
Pageview 0
หน้าแรก > ผลิตภัณฑ์และบริการ > วิธีการอนุรักษ์พลังงานยอดนิยมในโรงงาน
ผลิตภัณฑ์และบริการ
วิธีการอนุรักษ์พลังงานยอดนิยมในโรงงาน


  

 
วิธีการอนุรักษ์พลังงานยอดนิยมในโรงงาน
 
วิธีการอนุรักษ์พลังงานยอดนิยมวิธีการอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้าบางวิธีที่โรงงานทำกันอย่างแพร่หลายซึ่งอาจเนื่องมาจากเป็นวิธีการที่ทำได้ง่าย ก่อให้เกิดผลประหยัดได้น้ำได้เนื้อ แม้วิธีการเหล่านี้จะเป็นเรื่องพื้นที่ๆ ที่ทราบกันดีอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีโรงงานจำนวนหนึ่งมองข้าม ผู้เขียนจึงได้รวบรวมหญ้าปากคอกนี่แหละมาเล่าสู่กันฟัง โรงงานของท่านละเลยศักยภาพในจุดเหล่านี้หรือเปล่า
 
  1 . การเปลี่ยนอัตราค่าไฟฟ้าอัตราค่าไฟฟ้าเป็น YOU (Time Of Use)
ผมเคยพบโรงสีแห่งหนึ่งเสียค่าไฟฟ้าในอัตรา TOD แต่ค่า On Peak สูงกว่า Partal Peak เสียอีก เสียค่าไฟฟ้าอ่วมไปเลย ปัจจุบันการไฟฟ้าเกิดโอกาสให้ผู้ใช้ไฟฟ้าเดิม สามารถเปลี่ยนมาใช้อัตรา TOU ได้ ซึ่งในอัตรานี้ค่าพลังงานไฟฟ้าจะถูกในช่วงกลางคืน (22.00-9.00 น.) และวันหยุด แต่คิดแพงในช่วงกลางวัน ดังนั้นโรงงานที่ 2 หรือ 3 กะและทำงานวันหยุดได้เปรียบ ค่าไฟฟ้าอาจจะลดลงได้ถึงสตางค์ต่อหน่วย
       อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องวิเคราะห์อย่างรอบคอบเนื่องจากเมื่อเปลี่ยนแล้วต้องเปลี่ยนเลยขอกลับไม่ได้ โดยทั่วไปแล้ว อัตราค่าไฟฟ้า TOD จะมีค่าไฟฟ้าต่อหน่วยต่ำที่สุดลดการใช้ช่วง On Peak (18.30-21.30 น.)ลงได้ต่ำมากๆ เทียบกับช่วง Partial Peak ( 8.30-18.30 น.) แต่หากไม่สามารถลด On Peak ได้ ค่าไฟฟ้าต่อหน่วยก็สูงสุดๆเหมือนกัน2. การปรับเปลี่ยนการใช้ไฟฟ้าให้เหมาะกับอัตราค่าไฟฟ้าในอัตราปกติคิดว่าความต้องการพลังไฟฟ้า (Demand)ถึงกิโลวัตต์ละ 196 บาท และคิดค่า Demand ตลอด 24 ชั่วโมงบางโรงงานจะมีแผนการเดินเครื่องจักร ผลิตเท่านี้ ต้องเดินเครื่องไหนบ้าง การเดินผิดไปจากแผนจะต้องขออนุมัติก่อน เครื่องจักรที่ทำงานในช่วงเวลาที่เกิด Peak (ซึ่งจะรู้ได้โดยการบันทึกข้อมูลรายวัน)จะถูกขยับหรือล็อกเอาไว้ซึ่งอาจจะเป็นพัดลมระบายอากาศ พัดลมเติมอากาศ ปั้มน้ำ หรือเครื่องจักรบางตัวอัตรา TODผู้ใช้ไฟฟ้าในอัตรา TOD จะเสียค่า Demand ในช่วง On Peak (18.30-21.30 น.) สูงถึงกิโลวัตต์ 285 บาท โรงงานที่ใช้อัตรานี้จะต้องลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าว หลายแห่งหยุดเครื่องจักรหรือเดินเครื่องไม่เต็มกำลัง โรงงานบางแห่งมีตู้แช่ก็หยุดระบบทำความเย็นในช่วง On Peak และไม่เปิดให้ห้องแช่เพื่อรักษาอุณหภูมิ โรงงานบางแห่งดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อลดค่า
Demandอัตรา TOU
ค่าไฟฟ้าในช่วงกลางวันขิงวันทำงาน (9.00-22.00 น.)จะแพงกว่าช่วงกลางคืน(22.00-9.00 น. )และหยุด (0.00-24.00 น. )ถึงหน่วยละ 1 บาล หมายความว่าถ้าโรงงานย้ายการใช้พลังงานจากกลางวันไปกลางคืนได้ค่าไฟฟ้าจะถูกลงหน่วยละ 1บาททีเดียว บางโรงงานใช้วิธีย้ายกระบวนเตรียมวัตถุดิบให้แล้วเสร็จก่อน (9.00 น. ) หรือย้ายกระบวนการผลิตที่ใช้พลังงานมากไปทำช่วงกลางคืน บางโรงงานสลับวันหยุดจากเสาร์-อาทิตย์เป็นหยุดอาทิตย์-จันทร์
3. การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้งานมอเตอร์ไฟฟ้าโรงงานใช้พลังงานไฟฟ้าเกือบทั้งหมดไปในทางขึ้นเคลื่อนมอเตอร์ มอเตอร์จึงเป็นเป้าหมายอันหนึ่งของการประหยัดพลังงานไฟฟ้า วิธีการปรับเปลี่ยนที่พบ ได้แก่3.1 การหยุดเดินมอเตอร์ที่ไม่จำเป็น
ดูคล้ายว่าเป็นอะไรพื้นๆ แต่หญ้าปากคอกนี้แหละที่ประหยัดพลังงานได้เนื้อๆพอดี ใน Workshop เรื่องอนุรักษ์พลังงานหลายครั้งที่พบว่า พนักงานได้มีเวลาคิดพิจารณาอุปกรณ์ต่างๆ รอบตัวเขา ค้นพบว่ามีมอเตอร์บางชุดไม่จำเป็นต้องเดินในบางเวลา บางครั้งประหยัดเงินไม่น้อยเลย ทั้งนี้ก็เพราะอุปกรณ์ต่างๆ มักจะออกแบบมาลองรับการใช้งานสูงสุด แต่ความต้องใช้จริงมักจะไม่สูงสุด และมักจะเปลี่ยนแปลงไปตลอด จึงมักจะหลงหูหลงตาไปได้ อุปกรณ์พวกนี้ได้แก่พัดลมระบายอากาศ พัดลมเติมอากาศ ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบระบายความร้อน พัดลมดูดฝุ่น
ท่านไม่ได้ผลิตเต็มที่ตลอดเวลาใช่หรือไม่ไม่ได้เดินเครื่องจักรทั้งหมดตลอดเวลาใช่หรือไม่ระบบระบายความร้อนต่างๆ ก็ไม่จำเป็นต้องเต็มที่ตลอดเวลา3.2 การลดการเดินมอเตอร์ที่ภาระน้อยๆ
มอเตอร์ในโรงงานเกือบร้อยละ 50 ที่ภาระมอเตอร์เหล่านี้ทำงานที่ประสิทธิภาพต่ำ บางครั้งอาจต่ำกว่าที่พิกัดถึง ร้อยละ 5 วิธีการแก้ไขทีพบ ได้แก่
การกระทำระบบศูนย์รวม เช่น ระบบอัดอากาศ ระบบทำความเย็น แทนที่จะมีเครื่องหลายเครื่องเดินที่ภาระน้อยๆ ก็เป็นระบบเดินรวมเครื่องแต่ทำงานเต็มพิกัด มีตัวเล็กๆคอยเดินเสริม วิธีนี้ปรับปรุงแล้วเห็นผลชัดเจน
– การติด sensor เพื่อหยุดมอเตอร์ทีเดินตัวเปล่านานเกินไป
– การเปลี่ยนมอเตอร์ให้เหมาะสมกับขนาดเหมาะสมกับภาระ
– การใช้งาน motor load control กับมอเตอร์ที่ปกติภาระน้อยแต่มีภาระสูงบางช่วง3.3 การปรับความเร็วรอบ
ดูว่าจะกลายเป็นมาตรฐานไปแล้วว่า อะไรที่ปรับความเร็วรอบได้ ผู้ผลิตเป็นต้องติดดินเวอร์เตอร์มาด้วย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะปรับความเร็วรอบจะสามารถลดภาระทางกลของปั้มน้ำ หรือพัดลมได้มาก ส่วนใหญ่จะคืนทุนในระยะเวลาไม่เกิน 2  ปี
  ต้องเข้าใจว่าการประหยัด เกิดจากการลดความเร็วรอบไม่ใช่จากตัวอินเวอร์เตอร์การปรับลดความเร็วรอบมอเตอร์ ยังทำได้อีกหลายวิธี เช่นการเปลี่ยนพู่เล่สายพาน การใช้มอเตอร์ 2ระดับ ความเร็วเป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งานว่าเหมาะสมกับวิธีการไหน การปรับความเร็วรอบที่พบมักนำมาใช้ในกรณีต่อไปนี้
– ระบบเดิมมีปั้มหรือพัดลมและมีการหรี่วาล์วหรือแคมเปอร์
– ระบบเดินมีการบายพาสน้ำไปยังต้นทางเพื่อลดอัตราการไหล
– ปั้มน้ำเย็นหรือน้ำระบายความร้อนในระบบปรับอากาศในระบบผลิตน้ำเย็น
– การใช้แทน VS Motor หรือ Eddy Current Motor3.4 มอเตอร์ประสิทธิภาพสูง
ปัจจุบันในท้องตลาด มีประสิทธิภาพสูงให้เลือกคู่กับมอเตอร์ธรรมดา ในขนาดไม่เกิน 150 kw ซึ่งการใช้มอเตอร์ประสิทธิภาพสูงจะคุ้มค่าในกรณีที่ติดตั้งมอเตอร์ตัวใหม่ หรือมอเตอร์เดิมชำรุด ซ่อมแล้วซ่อมอีก ระยะเวลาคืนทุนในกรณีนี้จะอยู่ประมาณ 2-3 ปี
   
 4. เครื่องอัดอากาศเครื่องขัดอากาศคือขุมทรัพย์ โรงงานหลายแห่งที่พบว่าตนเองมีทรัพย์สูญหายไปในระบบอากาศอัด วิธีการที่สำคัญได้แก่    
 
  4.1 ลมรั่ว
โรงงานที่ตั้งมานาน 5-10 ปี โดยไม่เคยตรวจหาลมรั่วในระบบ ท่านมีโอกาสสูงทีจะมีลมรั่วและลมรั่วอาจสูงถึงร้อยละ 30 เลยทีเดียว
4.2 การปรับลดความดันให้เหมาะสม
โรงงามมากกว่า 50 ที่ปรับตั้งความดันที่เครื่องอัดอากาศสูงกว่าความดันที่เครื่องจักร ต้องการซึ่งความดันที่สูงหมายถึงเครื่องอัดอากาศจะใช้กำลัง ไฟฟ้าสูงขึ้นลมรั่วจะสูงขึ้นและปริมาณการใช้ลมก็จะเพิ่มขึ้นโรงงาน ผ้าแห่งหนึ่งสามารถลดความดันอากาศอัดที่ใช้กับเครื่องทอได้ถึง 2 บาร์  และเกิดผลประหยัด มากทีเดียว
*  ในการปรับลดความดันควรทดลองปรับลดลงทีละน้อย และดูแล
4.3 การทำระบบรวม
เพื่อลดจำนวนเครื่องที่เดิน unload สามารถทำได้โดยเชื่อมต่อเป็นระบบเดียวกัน แล้วจำนวนน้อยเครื่อง แต่เดินเต็มพิกัด5 .ระบบส่งจ่ายไฟฟ้าการปรับลดแรงดันไฟฟ้า ในโอกาสที่มีแรงดันไฟฟ้าสูงถึง 390-400 โวลต์ ท่านกำลังเสียค่าไฟฟ้ามากเกินที่สมควรและอายุการใช้งานของอุปกรณ์สั้นลง ท่านสามารถประหยัดพลังงาน ณ จุดนี้ได้พอสมควร ด้วยวิธีการปรับหม้อแปลงลงแทน ซึ่งมักเข้าใจกันว่าประหยัดพลังงานเล็กน้อยไม่คุ้มที่จะทำจริงๆแล้วการลดแรงดันไฟฟ้า ไม่ได้ลดเพียงกำลังสูญเสียในหม้อแปลงไฟฟ้าเท่านั้น หากแต่โหลดการใช้งานลดลงด้วยเช่น หลอดไฟที่สว่างเกินไป พัดลมที่เคยความเร็วรอบสูงกว่าที่ต้องการวิธีการอนุรักษ์พลังงานยังมีอีกมากมายแต่เขียนได้สรุปมาเฉพาะที่แพร่หลาย และหวังว่าแนวคิดเหล่านี้จะเป็นแนวทางให้ท่านนำไปประยุกต์ใช้ได้บ้าง
 
 
อ้างอิง
ที่มา : สายใจไฟฟ้า กองประชาสัมพันธ์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ฉบับประจำเดือน มกราคม 2550
http://www.peane.com/PEEMA/January3_1_50.html
    Power by  
 

© copyright , 2013. Engine by MakeReadyWeb.com All rights reserved.